การป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก 2562 สายพันธุ์ร้ายที่สุดระบาด!

ในช่วงหน้าฝนของทุก ๆ ปี โรคพ่อแม่ต้องระวังอีก 1 โรคคือโรคไข้เลือดออก ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากยุงที่ชุกชุมในหน้าฝน และยังเป็นโรคที่มีความรุนแรงถึงชีวิตได้ โดยสถานการณ์ ไข้เลือดออก 2562 ในปีนี้ มีข่าวที่น่าเป็นห่วงจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข คือ โรคไข้เลือดออกที่พบในปีนี้ ส่วนใหญ่เป็นเชื้อไวรัสเดงกี่สายพันธุ์ที่ 2 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงมากที่สุดใน 4 สายพันธุ์  โดยหากเป็นการป่วยไข้เลือดออกครั้งที่ 2 จะยิ่งมีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรคมากขึ้น

ไข้เลือดออก สายพันธุ์เดงกี่ อาการเป็นอย่างไร?

เชื้อไวรัสเดงกีซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 4 สายพันธุ์ คือ DENV-1, DENV-2, DENV-3 DENV-4 นั้นมียุงลายตัวเมียเป็นพาหะนำโรค เมื่อยุงลายดูดเลือดผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสเดงกี เชื้อจะเข้าไปฝังตัวภายในกระเพาะและต่อมน้ำลายของยุง โดยมีระยะฟักตัวประมาณ 8-12 วัน เมื่อยุงที่มีเชื้อไวรัสไปกัดคนอื่นๆ ต่อ เชื้อไวรัสก็จะเข้าสู่กระแสเลือดของผู้ที่โดนกัด ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกตามมา ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่เคยได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใดจะมีภูมิคุ้มกันเฉพาะสายพันธุ์นั้น หากได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่ต่างออกไปจากครั้งแรกก็สามารถเป็นไข้เลือดออกได้อีก และโดยทั่วไปอาการของโรคครั้งที่สองมักรุนแรงกว่าครั้งแรก ทั้งนี้ ในแต่ละปีพบว่ามีการกระจายของเชื้อทั้ง 4 สายพันธุ์หมุนเวียนกัน และมีเชื้อที่เด่นแตกต่างกันไป ทำให้มีการระบาดของโรคมาโดยตลอด เนื่องจากประชาชนไม่มีภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์นั้น ๆ โดยอาการของ โรคไข้เลือดออกสายพันธุ์เดงกี่ นั้นจะมีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่จะมีอาการเด่น ๆ ดังนี้

  • มีไข้สูงเฉียบพลันเกิน 38 องศาเซลเซียสประมาณ 2-7 วัน
  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
  • หน้าแดง อาจพบจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกสีแดงเล็ก ๆ ตามผิวหนัง หรือมีเลือดออกบริเวณอื่น เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะ อุจจาระมีเลือดปน
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง กดเจ็บชายโครงด้านขวา
  • ในรายที่มีอาการรุนแรงมาก หลังจากมีไข้มาแล้วหลายวันผู้ป่วยอาจเกิดภาวะการไหลเวียนโลหิตล้มเหลวหรือภาวะช็อก และเข้าสู่ระยะที่เรียกว่า กลุ่มอาการไข้เลือดออกช็อก (dengue shock syndrome) โดยผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย ปลายมือปลายเท้าเย็น ปัสสาวะน้อยลง ไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว ความดันโลหิตลดต่ำ วัดชีพจรไม่ได้
อาการไข้เลือดออก

อาการไข้เลือดออก

สำหรับผู้ป่วยที่เกิดภาวะช็อก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงทีอาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นขอให้เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง รับประทานยาพาราเซตามอลลดไข้ ห้ามใช้ยาแก้ปวดลดไข้กลุ่มเอ็นเสด โดยปกติอาการจะดีขึ้นหลังไข้ลด กินอาหาร ดื่มน้ำได้ ปากไม่แห้ง ปัสสาวะปกติ แต่หาก 2 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้น ยังมีไข้สูง อ่อนเพลีย ซึมลง ปัสสาวะสีเข้ม หรือไข้ลดแล้วแต่อาการแย่ลง ซึมกว่าเดิม เบื่ออาหาร ขอให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน

ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลเพื่อการรับรู้สู่ชุมชน ครั้งที่ 14 และครั้งที่ 15/2562

ข้อมูลเพื่อการรับรู้สู่ชุมชน ครั้งที่ 14 คลิกที่นี่        ครั้งที่  15  คลิกที่นี่

ประชาสัมพันธ์ รายงานการรับ-จ่ายและเงินคงเหลือประจำไตรมาส-ที่ 1 ประจำปีงบประมาณ-2562

ประชาสัมพันธ์ รายงานการรับ-จ่ายและเงินคงเหลือประจำไตรมาส-ที่ 1 ประจำปีงบประมาณ  2562  ดูข้อมูลคลิกที่นี่

ประชาสัมพันธ์ รายงานการรับ – จ่าย และเงินคงเหลือประจำไตรมาสที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2562

รายงานการรับ-จ่าย-และเงินคงเหลือประจำไตรมาส-ที่-2-ประจำปีงบประมาณ  2562  ดูข้อมูลที่นี่

ประชาสัมพันธ์วิธีการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อนำโดยยุงลาย

“โรคไข้เลือดออก” เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค หลังจากถูกยุงที่มีเชื้อกัดจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 5-8 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการ มีไข้สูงลอย 2-7 วัน มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง

โรคนี้เกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ และมักระบาดในฤดูฝน เพราะมียุงเพิ่มมากขึ้น ยุงลายอาศัยอยู่ในภายในบ้านและรอบ ๆ บ้าน ชอบดูดกินเลือดคนเวลากลางวัน ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้เลือดออกอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย หรืออาจจะเกิดอาการรุนแรงจนเสียชีวิต ความรุนแรงของการติดเชื้อขึ้นกับอายุ ภาวะภูมิคุ้มกัน และความรุนแรงของเชื้อ

ลักษณะสำคัญของไข้เลือดออกคือ

  1. ไข้สูงเฉียบพลัน ประมาณ 2-7 วัน

  2. เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดศีรษะ ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย

  3. บางรายอาจมีจุดเลือดสีแดงขึ้นตามลำตัว แขน ขา อาจมีเลือดกำเดาออกหรือเลือดออกตามไรฟัน และถ่ายอุจจาระดำเนื่องจากเลือดออก และอาจทำให้เกิดอาการช็อกได้

  4. ในรายที่ช็อกจะสังเกตได้จากอาการไข้ลดแต่ผู้ป่วยซึมลง ตัวเย้น ชีพจรเบาเร็ว หมดสติ หากรักษาไม่ทันอาจเสียชีวิตได้

ไม่มียารักษาเฉพาะโรคไข้เลือดออก การรักษาจะใช้วิธีประคับประคอง เช่น ให้ยาลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ และให้สารน้ำชดเชย เช่น การให้น้ำเกลือเนื่องจากผู้ป่วยมักมีภาวะขาดน้ำเนื่องจากไข้สูง ถ้ามีอาการปวดท้อง ปัสสาวะน้อยลง กระสับกระส่าย มือเท้าเย้น โดยเฉพาะในช่วยไข้ลด ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

วิธีป้องกันและควบคุมไข้เลือดออก

  1. ป้องกันยุงลายกัด ยุงลายมักจะกัดคนในเวลากลางวัน ควรนอนในมุ้งหรือติดมุ้งลวดเพื่อป้องกันยุงเข้ามาในบ้าน หลีกเลี่ยงการอยู่บริเวณมุมอับชื้น ทายากันยุงที่สกัดจากพืชธรรมชาติ

  2. กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายให้หมดไป ยุงลายจะเพาะพันธุ์ในน้ำใส ในภาชนะที่เก็บน้ำใช้ในบ้าน เช่น โอ่งน้ำ ถ้วยรองขาตู้กันมด แจกันดอกไม้ ภาชนะนอกบ้านที่มีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายกระทำได้โดย

  • ภาชนะที่ใช้เก็บน้ำต้องมีฝาปิดให้มิดชิด
  • ใช้ทรายกำจัดลูกน้ำใส่ในภาชนะขังน้ำ
  • ทำลายภาชนะที่ไม่จำเป็น เพราะอาจมีน้ำขังได้
  • ปล่อยปลากินลูกน้ำ เช่น ปลาหางนกยูงในภาชนะที่มีน้ำขังขนาดใหญ่ เช่น อ่างบัว
  • เปลี่ยนน้ำในภาชนะเล็ก ๆ เช่น แจกันทุก 7 วัน
  • ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในบ้านและรอบบ้านให้เป็นระเบียบ
  • ขัดขอบภาชนะทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำเพื่อทำลายไข่ยุงลาย

การถอดบทเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลอินทประมูล

การถอดบทเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลอินทประมูล “กลยุทธ์ในการพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก น่าอยู่” คลิกที่นี่

ประกาศเผยแพร่ รายงานแสดงผลการดำเนินงานรายไตรมาส ที่ 2 ตุลาคม 2561 – มีนาคม 2562

ประกาศเผยแพร่ รายงานแสดงผลการดำเนินงานรายไตรมาส ที่ 2 ตุลาคม 2561 – มีนาคม 2562

ประกาศเผยแพร่ รายงานแสดงผลการดำเนินงานรายไตรมาส ที่ 1 ตุลาคม 2561 – ธันวาคม 2561

ประกาศเผยแพร่ รายงานแสดงผลการดำเนินงานรายไตรมาส ที่ 1 ตุลาคม 2561 – ธันวาคม 2561

หนังสือรับรองการไม่มีข้อร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ ประจำปี 2561

หนังสือรับรองการไม่มีข้อร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ ของหน่วยงาน  ประจำปี 2561  คลิกดูข้อมูล